Call Center
02-518-0680Call Center
02-518-0680
ระบบเตือนภัยจากฟ้าผ่า ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบสภาวะอากาศ โดยการตรวจเช็คความเข้มของสนามไฟฟ้าโดยรอบพื้นที่นั้นภายในรัศมี 15 กิโลเมตรเมื่อค่าความเข้มสนามไฟฟ้ามีเพิ่มมากขึ้นถึงจุดที่กำหนดจะมีการแจ้งเตือนที่ตู้ควบคุมและในขณะเดียวกันก็จะมีการแจ้งเตือนออกไซเรนให้ผู้ที่อยู่ในที่โล่งแจ้งทราบ การแจ้งเตือนจะมีอยู่ 2 ระดับ
เมื่อค่าสนามไฟฟ้าภายในระยะ 10–15 กิโลเมตร เพิ่มขึ้นถึง 4 kV/m ซึ่งประจุไฟฟ้าสามารถเคลื่อนเข้ามายังบริเวณพื้นที่ได้ภายใน 20–30 นาที การแจ้งเตือนจะมีสัญญาณ Buzzer ดังขึ้นที่ตู้ควบคุม
เมื่อค่าสนามไฟฟ้าภายในระยะ 8–10 กิโลเมตร เพิ่มขึ้นถึง 7 kV/m ซึ่งประจุไฟฟ้าสามารถเคลื่อนเข้ามายังบริเวณพื้นที่ได้ภายใน 10–15 นาที การแจ้งเตือนจะทำให้สัญญาณ Siren ที่ติดตั้งภายนอกอาคารดังขึ้น เพื่อแจ้งเตือนให้ผู้คนในที่โล่งแจ้งหลบเข้าที่กำบังได้ทันเวลา
ภายหลังจากสภาพอากาศเข้าสู่สภาวะปกติ ระบบจะมีสัญญาณแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
| ระดับ | ระยะตรวจจับ | ค่าสนามไฟฟ้า | เวลาที่ประจุเคลื่อนเข้าพื้นที่ | สัญญาณแจ้งเตือน |
|---|---|---|---|---|
| Warning Alert | 10–15 กม. | 4 kV/m | 20–30 นาที | Buzzer ที่ตู้ควบคุม |
| Alert Alarm | 8–10 กม. | 7 kV/m | 10–15 นาที | Siren ภายนอกอาคาร |
เราออกแบบและติดตั้งระบบเรียกพยาบาล ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
ระบบป้องกันฟ้าผ่า ให้ทั้งหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานราชการมาอย่างยาวนาน
ตรวจเช็คความเข้มของสนามไฟฟ้าโดยรอบพื้นที่ภายในรัศมี 15 กิโลเมตร เมื่อค่าความเข้มสนามไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึงจุดที่กำหนด จะแจ้งเตือนที่ตู้ควบคุมพร้อมกับส่งเสียงไซเรนให้ผู้ที่อยู่ในที่โล่งแจ้งทราบ
แบ่งเป็น 2 ระดับ โดยระดับแรกคือ Warning Alert จะแจ้งเตือนเมื่อค่าสนามไฟฟ้าภายในระยะ 10-15 กิโลเมตรเพิ่มขึ้นถึง 4 kV/m ซึ่งเป็นระดับที่ประจุไฟฟ้าสามารถเคลื่อนเข้ามายังบริเวณได้
ควรใช้ช่วงเวลาหลังได้รับสัญญาณเตือนเคลื่อนย้ายออกจากที่โล่งแจ้งเข้าสู่จุดที่ปลอดภัย ก่อนที่ประจุจะเคลื่อนเข้ามาใกล้จนถึงระดับที่เสี่ยงต่อการเกิดฟ้าผ่า